ก่อนจะเล่าถึงการรักษารากฟัน ขอเริ่มด้วยการอธิบายโครงสร้างตัวฟันก่อน ฟันของคนเรามี 3 ชั้น คือประกอบด้วยชั้นเคลือบฟัน ชั้นเนื้อฟัน และชั้นโพรงประสาทฟัน นึกภาพง่ายๆ คล้ายๆ ฟักทองที่มีเปลือกฟักทอง เนื้อฟักทอง และโพรงด้านในที่มีเม็ดฟักทองอยู่
เวลาเกิดฟันผุ เชื้อโรคจะเริ่มจากเจาะทำลายชั้นเคลือบฟัน เข้าสู่ชั้นเนื้อฟัน (เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ชั้นเนื้อฟัน เราจะมีอาการเสียวฟัน)
หากไม่ได้รับการอุดฟัน เชื้อโรคจะเข้าสู้ชั้นโพรงประสาทฟันในที่สุด (เมื่อเชื้อโรคมาถึงชั้นนี้ เราจะมีอาการปวดมาก ปวดขึ้นมาเอง ปวดตอนกลางคืน เคี้ยวอาหารไม่ได้)
เมื่อเราไปพบหมอฟัน หมอฟันจะบอกว่าฟันซี่นี้ผุทะลุโพรงประสาทฟันแล้ว ไม่สามารถอุดได้ หากจะเก็บไว้จะต้องรักษารากฟัน ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากเมื่อเชื้อโรคมาถึงชั้นโพรงประสาทฟัน เชื้อโรคจะกระจายไปทั่วรากฟัน การอุดฟันไม่สามารถกำจัดเชื้อในรากฟันออกได้ จึงต้องรักษารากฟันแทน
ขั้นตอนการรักษารากฟัน มักทำ 2 ครั้ง เริ่มจาก
ครั้งที่ 1
- ฉีดยาชา
- กรอกำจัดรอยผุทั้งหมด
- ใส่แผ่นยางกันน้ำลาย
- กรอเปิดทางเข้าสู่โพรงประสาทฟัน
- หารูรากฟันจนครบ
- หาความยาวของรูรากฟันทุกรู และยืนยันความยาวด้วยการ x-ray
- ทำความสะอาดรูรากฟันด้วยการตะไบเนื้อฟันที่ติดเชื้อออก
- ล้างรูรากฟันทุกรูด้วยน้ำยาล้างคลองรากฟัน
- ใส่ยาฆ่าเชื้อเข้าไปในรูรากฟันทุกรู
- อุดปิดทางเข้าโพรงประสาทฟันด้วยวัสดุอุดชั่วคราว
ครั้งที่ 2 นัดห่างจากครั้งแรกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ยาฆ่าเชื้อทำงานได้เต็มที่
- ใส่แผ่นยางกันน้ำลาย
- เปิดทางเข้าสู่โพรงประสาทฟันอีกครั้งด้วยการกรอเอาวัสดุอุดชั่วคราวออก
- Recheck ความยาวของรากฟันทุกรูอีกครั้ง
- ทำความสะอาดรูรากฟันด้วยการตะไบซ้ำอีกครั้ง
- ลองวัสดุอุดรากฟัน (กัตตาเปอร์ชา) ว่าใส่ลงถึงสุดความยาวรากฟันแล้ว
- ล้างรูรากฟันครั้งสุดท้าย ด้วยน้ำยาล้างคลองรากฟัน 2 ชนิด
- ซับรูรากฟันจนแห้ง
- อุดรากฟันด้วยวัสดุอุดรากฟัน (กัตตาเปอร์ชา)
- อุดปิดทางเข้าโพรงประสาทฟันด้วยวัสดุอุดชั่วคราว เพื่อรอทำแกนฟัน/เดือยฟัน และครอบฟันต่อไป

ใส่ความเห็น